Black Ribbon

SMM เปิดผลศึกษา 'เตา IF จีน' ทะลักอาเซียน ทำเหล็กเปราะ จี้รัฐสกัดภัยตึกถล่ม

18 สิงหาคม 2569
SMM เปิดผลศึกษา 'เตา IF จีน' ทะลักอาเซียน ทำเหล็กเปราะ จี้รัฐสกัดภัยตึกถล่ม
  • SMM พบข้อมูลการเคลื่อนย้ายเตาหลอม Induction Furnace (IF) และเศษเหล็กจากจีนมายังอาเซียนจำนวนมาก หลังจีนสั่งกวาดล้าง "ตี้เถียวกัง" หรือเหล็กด้อยคุณภาพครั้งใหญ่ในปี 2017
  • กระบวนการผลิตของเตา IF ขาดขั้นตอนการปรุงน้ำเหล็ก (Refining) ทำให้ไม่สามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อน ส่งผลให้เหล็กเส้นที่ได้ขาดความเหนียว (Ductility) และเปราะ ไม่สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้
  • เหล็กเส้นด้อยคุณภาพจากเตา IF มีต้นทุนต่ำกว่าเหล็กมาตรฐานถึง 20% เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในระบบควบคุมคุณภาพและมลพิษ ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและทำลายกลไกตลาด
  • SMM เรียกร้องให้รัฐบาลในอาเซียนใช้มาตรการ "Zero Tolerance" ควบคุมคุณภาพเหล็กตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันความเสี่ยงอาคารถล่มจากแผ่นดินไหวในอนาคต โดยยกกรณีตึกถล่มในไทยเป็นบทเรียน

ผลศึกษา SMM เผยแพร่เมื่อเดือนส.ค. 2026 ตีแผ่ขบวนการเคลื่อนย้ายเทคโนโลยีเตาหลอม Induction Furnace (IF) จากจีนสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังถูกกวาดล้างครั้งใหญ่ ชี้เป็นต้นเหตุ “เหล็กเส้นด้อยคุณภาพ” ระบาดหนักในภูมิภาค 

โดยระบุ "ไทย-ฟิลิปปินส์-อินโดนีเซีย" เผชิญความเสี่ยงความปลอดภัยอาคารเหตุเหล็กขาดความเหนียว รับแรงแผ่นดินไหวไม่ได้ เผยต้นทุนต่ำกว่ามาตรฐาน 20% ทำลายกลไกตลาดเป็นธรรม

รายงานพิเศษจาก Shanghai Metals Market (SMM) แพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาดโลหะระดับโลก เผยบทความวิเคราะห์ล่าสุดเรื่อง “เหล็กเส้นหักกับแผ่นดินไหวครั้งต่อไปที่ไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไร” โดยระบุถึงความกังวลต่อการขยายตัวของการผลิตเหล็กด้วยเตา Induction Furnace (IF) ในอาเซียน ซึ่งเป็นการสานต่อมรดกจากเหล็กด้อยคุณภาพ หรือ “ตี้เถียวกัง” ที่จีนเคยสั่งปิดโรงงานและกำจัดกำลังการผลิตไปกว่า 140 ล้านตันในปี 2017

เปิดเส้นทางมรดก ‘ตี้เถียวกัง’

SMM พบหลักฐานการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เตาไฟฟ้าและเศษเหล็กจากจีนมายังอาเซียนผ่านข้อมูลศุลกากร (HS 8514) โดยพบว่าส่วนแบ่งการส่งออกอุปกรณ์เตาไฟฟ้าจากจีนมายังภูมิภาคนี้พุ่งจาก 24.1% ในปี 2017 ขึ้นไปสูงสุดที่ 40.6% ในปี 2021 และยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 31.5% ในปี 2025 คิดเป็นมูลค่ากว่า 125.3 ล้านดอลลาร์

นอกจากเครื่องจักรแล้วเศษเหล็ก (Scrap) ยังเคลื่อนย้ายตามมาด้วย โดยการส่งออกเศษเหล็กของจีนมายังอาเซียนพุ่งจาก 18,000 ตันในปี 2016 เป็นกว่า 1.39 ล้านตันในปี 2017 ขณะที่ฟิลิปปินส์มีการนำเข้าเศษเหล็กพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากระดับไม่ถึง 5,000 ตันต่อปี มาเป็นเกือบ 3 แสนตันในปี 2024 สอดคล้องกับกำลังการผลิตจากเตา IF ในฟิลิปปินส์ที่ประเมินว่าพุ่งจาก 1.5 แสนตัน สู่ 3 ล้านตันในปี 2025

จุดตายด้านโลหะวิทยา "หลอมได้แต่ปรุงไม่ได้"

ปัญหาสำคัญของเหล็กจากเตา IF ไม่ใช่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่คือกระบวนการผลิตที่นำเตาขนาดเล็กมาใช้หลอมเศษเหล็กโดยไม่มีขั้นตอน Refining หรือการปรุงน้ำเหล็กที่เพียงพอ

SMM ชี้ว่าเตา IF ไม่สามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อน (Impurity) เช่น ฟอสฟอรัส หรือควบคุมปริมาณคาร์บอนได้แม่นยำเท่ากับเตา EAF หรือ BF-BOF ส่งผลให้เหล็กเส้นที่ได้ขาดความสม่ำเสมอในองค์ประกอบทางเคมี

“เหล็กจาก IF ใน batch เดียวกัน บางเส้นอาจผ่านมาตรฐาน แต่บางเส้นกลับมีปัญหาเมื่อนำไปดัด” รายงานระบุ

พร้อมย้ำว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ความเหนียว (Ductility) ซึ่งเป็นสมบัติวิกฤตในการรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว

บทเรียนราคาแพงจากเหตุตึกถล่มปี 2025

บทความได้เชื่อมโยงความกังวลนี้กับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงเทพฯ จนทำให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มลงมา

โดยจากการตรวจสอบพบว่าผู้ผลิตเหล็กที่เกี่ยวข้องอย่าง Xin Ke Yuan Steel เคยมีประวัติการทดสอบเหล็กไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งในด้าน Yield Strength และมวลต่อหน่วยความยาว จนถูกสั่งหยุดผลิตมาตั้งแต่ปลายปี 2024

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมของไทยได้เข้มงวดมากขึ้น โดยมีการปิดผนึกโรงงานไปแล้ว 7 แห่ง และอายัดเหล็กเส้นที่มีปัญหามูลค่ากว่า 384 ล้านบาท พร้อมพิจารณาเพิกถอนการรับรองเหล็กจากเตา IF

ทุบตลาดด้วยสงครามราคา-ธรรมาภิบาล

นอกจากด้านความปลอดภัย เหล็กด้อยคุณภาพยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ โดย SMM ระบุว่า เหล็กเส้นจาก IF สามารถขายในราคาที่ต่ำกว่าเหล็กจากเตา EAF ที่ได้มาตรฐานถึง 20% เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในระบบปรุงน้ำเหล็กและระบบควบคุมมลพิษ

นอกจากนี้ ยังพบประเด็นด้านธรรมาภิบาล เช่น การสุ่มเลือกตัวอย่างเหล็กคุณภาพดีมาทดสอบเพื่อให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน แต่กลับจำหน่ายสินค้าที่คุณภาพต่ำกว่าในหน้างานจริง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การกำกับดูแลอ่อนแอ

ข้อเสนอ SMM "Zero Tolerance" ก่อนแผ่นดินไหวครั้งหน้า

SMM เสนอแนวทางเชิงนโยบายว่า การตรวจสอบที่ปลายทางหรือการปรับโทษอาจไม่เพียงพอ เพราะต้นเหตุมาจากโครงสร้างต้นทุนที่บิดเบือน จึงเสนอให้ใช้มาตรการ “Zero Tolerance สำหรับเหล็กด้อยคุณภาพ” ในวัสดุก่อสร้าง โดยเน้นไปที่การควบคุมกระบวนการผลิต (Traceability) และคุณภาพเชิงโลหะวิทยา ไม่ใช่เพียงการต่อต้านเทคโนโลยี IF แต่เป็นการป้องกันเหล็กที่ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของประชาชนได้

 


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.